รหัส*๔๐๒-๔๔๒*วิชา*รัฐประศาสนศาสตร์ตามแนวพระพุทธศาสนา
วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร

สาชารหัส ๔๐๒ ๔๔๒ (รัฐประศาสนศาสตร์ตามแนวพระพุทธศาสนา) เป็นรายวิชาในหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต มุ่งเน้นการบูรณาการหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาเข้ากับการบริหารจัดการภาครัฐและการเมืองการปกครองสมัยใหม่ [1, 2]

สาระสำคัญของวิชานี้ประกอบด้วย ๓ ส่วนหลัก ได้แก่:

  • แนวคิดและทฤษฎีการบริหารเชิงพุทธ: ศึกษาหลักธรรมาภิบาล พุทธวิธีในการตัดสินใจ และการบริหารงานที่มุ่งเน้นประโยชน์สุขของประชาชน [1, 2]
  • หลักการปกครองตามแนวพระพุทธศาสนา: วิเคราะห์แนวทางการใช้อำนาจตามหลักทศพิธราชธรรม และอิทธิบาท ๔ ในการบริหารทรัพยากรบุคคล การจัดสรรงบประมาณ และการสร้างความเป็นธรรมในสังคม [1, 2, 3, 4]
  • การประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการ: นำหลักสังคหวัตถุ ๔ และพรหมวิหาร ๔ มาปรับใช้ในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาภาวะผู้นำของนักรัฐประศาสนศาสตร์ในยุคปัจจุบัน [1]

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดของหลักสูตรเพิ่มเติมได้จาก หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช

หากคุณกำลังศึกษาหรือค้นคว้าวิชานี้อยู่ บอกผมได้เลยว่าคุณต้องการเจาะลึกในเรื่องใด:

  • หลักธรรมใดที่ใช้ในการบริหารจัดการเฉพาะด้าน (เช่น การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การตัดสินใจเชิงนโยบาย)
  • รูปแบบการเตรียมตัวสอบ (เนื้อหาเน้นอัตนัยหรือปรนัย)
  • การทำรายงานและการวิเคราะห์กรณีศึกษา

ผมสามารถสรุปเนื้อหาและแนวข้อสอบให้คุณได้ทันที

รหัส*๔๐๒-๑๐๒-*วิชา*ทฤษฎีทางรัฐประศาสนศาสตร์
วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร

ชาทฤษฎีทางรัฐประศาสนศาสตร์ เ

     ป็นองค์ความรู้ที่มุ่งศึกษาแนวคิด การใช้อำนาจรัฐ และกระบวนการบริหารงานภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน พัฒนาทักษะการบริหารจัดการสมัยใหม่ และปลูกฝังจริยธรรมธรรมาภิบาลในองค์กรภาครัฐ [1, 2, 3, 4]

องค์ความรู้และสมรรถนะหลักของรายวิชา ประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญ ดังนี้:

1. วัตถุประสงค์ (Objectives)

  • เพื่อให้เข้าใจวิวัฒนาการของทฤษฎีรัฐประศาสนศาสตร์ ตั้งแต่ยุคคลาสสิก (แยกการเมืองกับการบริหาร) จนถึงแนวคิดการบริหารภาครัฐแนวใหม่ (New Public Management) และการบริการสาธารณะแนวใหม่
  • เพื่อนำทฤษฎีไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหา พัฒนาองค์กร และการจัดทำบริการสาธารณะ
  • เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวมและยึดมั่นในจริยธรรมทางราชการ [1, 2, 3, 4]

2. ความรู้ (Knowledge)

  • ทฤษฎีองค์การและการจัดการ: แนวคิดระบบราชการของ Weber, ทฤษฎีมนุษยสัมพันธ์ และทฤษฎีองค์การสมัยใหม่
  • นโยบายสาธารณะ: กระบวนการตั้งแต่การกำหนด การนำไปปฏิบัติ และการประเมินผล
  • การบริหารทรัพยากร: การบริหารงานบุคคล การเงิน การคลังสาธารณะ และงบประมาณแผ่นดิน
  • การจัดการภาครัฐแนวใหม่ (NPM): การนำหลักการตลาดและเอกชนมาปรับใช้ในการบริหารรัฐกิจ [1, 2, 3, 4, 5, 6]

3. ทักษะ (Skills)

  • การคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking): สามารถประเมินสภาพแวดล้อมทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เพื่อวางแผนเชิงยุทธศาสตร์
  • ทักษะการตัดสินใจและแก้ไขปัญหา: ตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล หลักกฎหมาย และผลประโยชน์สาธารณะ
  • ทักษะการสื่อสารและประสานงาน: การเจรจาต่อรอง การสร้างเครือข่าย และการบริหารจัดการความขัดแย้ง (Conflict Management) [1, 2, 3, 4, 5, 6]

4. จริยธรรม (Ethics)

  • ความรับผิดชอบและความโปร่งใส: การบริหารงานที่สามารถตรวจสอบได้ ปราศจากการทุจริต
  • ความเป็นธรรมและความเสมอภาค: การปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เลือกปฏิบัติ และคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน
  • จิตสาธารณะ: การอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม (Public Interest) มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน [1, 2, 3, 4]

สามารถศึกษาข้อมูลเชิงลึกและเนื้อหาอ้างอิงเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ ความรู้เบื้องต้นทางรัฐประศาสนศาสตร์ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการศึกษาหรือการปฏิบัติงานจริง

หากคุณต้องการเจาะลึกเฉพาะทฤษฎีใดทฤษฎีหนึ่ง (เช่น ยุคดั้งเดิม หรือ การบริการสาธารณะแนวใหม่) หรือต้องการ ตัวอย่างกรณีศึกษา เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์งาน โปรดระบุหัวข้อที่คุณสนใจเพิ่มเติม

 

รหัส*๔๐๒-๑๐๑*วิชา*ความรู้เบื้องต้นทางรัฐประศาสนศาสตร์
วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร

บทที่1. องค์ความรู้ ด้านรัฐประศาสนศาสตร์ เป็นการบูรณาการมิติด้านวิชาการ เพื่อยกระดับการบริหารภาครัฐ โดยจำแนกออกเป็น 4 เสาหลัก ได้แก่ ขอบข่ายการทำงาน ปทัสถาน (ค่านิยมหลัก) วิวัฒนาการ และชุดความรู้-ทักษะ-จริยธรรมที่จำเป็นสำหรับนักบริหารภาครัฐยุคใหม่ [1, 2, 3, 4]


1. ขอบข่ายของรัฐประศาสนศาสตร์ (Scope)

ครอบคลุมระบบการจัดการและการตัดสินใจของรัฐเพื่อตอบสนองประโยชน์สาธารณะ แบ่งออกเป็น: [1, 2]

  • การกำหนดนโยบายสาธารณะ: กระบวนการวิเคราะห์ ตัดสินใจ และผลักดันกฎหมาย
  • การบริหารทรัพยากร: การจัดการบุคลากรภาครัฐ การจัดสรรงบประมาณ
  • พฤติกรรมองค์การ: การศึกษาโครงสร้าง ระบบราชการ และปฏิสัมพันธ์ของคนในองค์กร
  • การจัดการสิ่งแวดล้อมทางการบริหาร: ปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่มีผลต่อการทำงานของภาครัฐ [1, 2, 3, 4]

2. ปทัสถาน (Norms & Values)

บรรทัดฐานและอุดมการณ์หลักในการทำงานของรัฐ มุ่งเน้น:

  • ธรรมาภิบาล (Good Governance): ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ การมีส่วนร่วม คุ้มค่า และหลักนิติธรรม
  • ความเสมอภาคและความเป็นธรรม (Equity & Fairness): การกระจายบริการสาธารณะอย่างทั่วถึงไม่เลือกปฏิบัติ
  • ความรับผิดชอบ (Accountability): การอุทิศตนเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน [1, 2, 3]

3. วิวัฒนาการ (Evolution)

การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigm) จากอดีตสู่ปัจจุบัน แบ่งเป็น 4 ยุคหลัก: [1, 2]

  • ยุคคลาสสิก (ดั้งเดิม): แยก "การเมือง" ออกจากการ "บริหาร" อย่างเด็ดขาด เน้นโครงสร้างและหลักการบริหาร
  • ยุคพฤติกรรมศาสตร์: ให้ความสำคัญกับ "มนุษย์" จิตวิทยา และสังคมในองค์กร
  • ยุคทางเลือกสาธารณะ: นำแนวคิดเศรษฐศาสตร์มาใช้ในการบริหารภาครัฐ เช่น การแข่งขันและการกระจายอำนาจ
  • ยุคการจัดการภาครัฐแนวใหม่ (NPM): เน้นประสิทธิภาพแบบธุรกิจ การวัดผลสัมฤทธิ์ และการบริการประชาชนเยี่ยง "ลูกค้า" [1, 2, 3, 4, 5]

4. ความรู้ ทักษะ จริยธรรม และลักษณะที่พึงประสงค์ (K-S-E-A)

  • ความรู้ (Knowledge): เข้าใจกฎหมาย ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน และบริบททางสังคม
  • ทักษะ (Skill): ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล ทักษะการเจรจาต่อรอง ทักษะด้านดิจิทัล และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
  • จริยธรรม (Ethics): ความซื่อสัตย์สุจริต การตัดสินใจบนพื้นฐานของส่วนรวม ปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน
  • ลักษณะ (Attitude/Attributes): มีจิตบริการ (Service Mind) ยืดหยุ่นปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลง และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) [1, 2, 3]

หากต้องการให้จัดทำส่วนใดเพิ่มเติมในประเด็นนี้ สามารถระบุได้เลยครับ:

  • ขยายความทฤษฎีเฉพาะยุค (เช่น แนวคิดยุค NPM)
  • กรณีศึกษาการประยุกต์ใช้ปทัสถาน ในหน่วยงานราชการไทย
  • การพัฒนาสมรรถนะ (Competency) ในตำแหน่งเฉพาะทาง

 

รหัส*402-311*วิชา*การบริหารการคลังส่วนท้องถิ่น
วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร

การศึกษาแนวคิดนี้สามารถแบ่งออกเป็นมิติสำคัญดังนี้:

1. แหล่งที่มาของรายได้ท้องถิ่น

  • รายได้ที่ท้องถิ่นจัดเก็บเอง: มาจากภาษีอากร (เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ภาษีป้าย) ค่าธรรมเนียม และค่าบริการต่างๆ เพื่อสร้างความเป็นอิสระทางการคลัง
  • รายได้ที่รัฐบาลจัดสรรให้: ภาษีที่รัฐบาลกลางจัดเก็บแล้วแบ่งส่วนให้ท้องถิ่น (เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม, ภาษีสรรพสามิต)
  • เงินอุดหนุนจากรัฐบาลกลาง: เงินที่รัฐบาลกลางโอนให้ท้องถิ่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ หรือเพื่อสนับสนุนโครงการเฉพาะกิจ [1, 2, 3, 4, 5]

2. การจัดสรรและการใช้จ่ายงบประมาณ

  • กระบวนการงบประมาณ: ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การจัดทำ การอนุมัติ การใช้จ่าย ไปจนถึงการประเมินผล ซึ่งต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาท้องถิ่น
  • การจัดทำงบประมาณสมดุล: หลักการคลังท้องถิ่นมักกำหนดให้ท้องถิ่นตั้งงบประมาณรายจ่ายไม่เกินกว่ารายรับรวมกับเงินสะสม เพื่อรักษาวินัยทางการเงิน [1, 2, 3, 4]

3. หลักการสำคัญของระบบการคลังท้องถิ่น

  • หลักความเป็นอิสระ (Fiscal Autonomy): ท้องถิ่นควรมีอำนาจในการตัดสินใจกำหนดอัตราภาษีและการใช้จ่ายเพื่อตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่
  • หลักความเป็นธรรมและความเสมอภาค (Fiscal Equity): การจัดสรรทรัพยากรต้องคำนึงถึงศักยภาพของแต่ละพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการให้บริการสาธารณะ
  • หลักความรับผิดชอบ (Accountability): การบริหารการคลังต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม [1, 2]

4. แหล่งข้อมูลและเอกสารศึกษาเพิ่มเติม

สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาโครงสร้างการเงินการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทยเชิงลึก สามารถศึกษาเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการ ดังนี้:

  • ศึกษาโครงสร้างรายได้ท้องถิ่นและกฎหมายที่เกี่ยวข้องผ่าน สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • ดูรายงานการประเมินศักยภาพและสถานะทางการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผ่านทาง สถาบันพระปกเกล้า
  • ข้อมูลเชิงวิชาการและการบริหารจัดการงบประมาณท้องถิ่นจากคลังข้อมูลความรู้ของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

หากคุณกำลังศึกษาเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ สามารถบอกผมได้ว่าคุณต้องการโฟกัสในเรื่อง:

  • การวิเคราะห์แหล่งรายได้ (Revenue Sources) ของ อปท. รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
  • กระบวนการจัดทำงบประมาณ ของเทศบาลหรือ อบต.
  • กฎหมายและวินัยการเงินการคลังท้องถิ่น

ผมสามารถหาข้อมูลและสรุปประเด็นเฉพาะด้านที่คุณสนใจให้ครับ

 

รหัสบส ๐๐๔ วิชา*การศาสนศึกษาและการศึกษาสงเคราะห์
วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร

1.ศึกษาเกี่ยวกับการจัดการศึกษาและส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมของ3.คณะสงฆ์

  • 2.แผนกธรรม
  • 3.แผนกบาลี
  • 4.แผนกสามัญศึกษา
  • 5.การจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งคณะสงฆ์ไทย
  • 6.บทบาทของพระปริยัตินิเทศ
  • 7.และศึกษาเกี่ยวกับการจัดตั้งมูลนิธิหรือกองทุนเพื่อการศึกษา
  • 8.ภารกิจในการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมแก่เด็กและเยาวชน
  • 9.มุ่งเน้นการศึกษาศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์
  • 10.ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด
  • 11.โรงเรียนเอกชนการกุศลของวัด ตลอดถึงการมอบทุนวัสดุและอุปกรณ์ทางการศึกษาพระปริยัติธรรม
รหัส*บส* 003*วิชา*การปกครองท้องที่
วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร

 บท.003-การปกครองท้องที่

1.รูปแบบการจัดการปกครองท้องที่

2.พัฒนาการการปกครองท้องที่ 

3.อำนาจหน้าที่ของนักปกครองท้องที่

4.พระราชบัญญัติลักษระปกครองท้องที่

5.การแบ่งอำนาจการรักษากฏหมายและความสงบเรียบร้อย

รหัส*402-316*วิชา*พุทธจริยธรรมทางการบริหาร*
วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร

1.ศึกษาจริยธรรมทางการบริหารที่มีมาตรฐานทางการสร้างระบบกำกับ

2.และตรวจสอบซึ่งคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นแก่องค์การองค์การ

3.โดยนำหลักธรรมประกอบด􀀁วย หลักอิทธิบาท 4 หลักพละ 5 สาราณียธรรรม

4.หลักธรรมพรหมวิหารและหลักธรรมอื􀀀นๆมาใชในการพัฒนาจริยธรรมทางบริหาร

องค์ความรู้ (Knowledge Management)
สาขาวิชา 402-316: พุทธจริยธรรมทางการบริหาร
ผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (Program Learning Outcome - PLO):
PLO3: สามารถวิเคราะห์ และประยุกต์ใช้องค์ความรู้ทางรัฐประศาสนศาสตร์ได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล
บทนำ: พุทธจริยธรรมกับการบริหารรัฐกิจในโลกสมัยใหม่
ในบริบทของการบริหารภาครัฐที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน “จริยธรรม” ถือเป็นหัวใจสำคัญในการกำกับดูแลการใช้อำนาจของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่รัฐให้เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม "พุทธจริยธรรม" ซึ่งเป็นหลักคำสอนในพระพุทธศาสนาที่ว่าด้วยความประพฤติที่ดีงาม ถูกต้อง และเหมาะสม ได้นำเสนอหลักการและแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการภาครัฐได้อย่างลึกซึ้งและยั่งยืน

รหัส-๐๐๐- ๑๐๗-วิชา-ความรู้เบื่องต้นเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง
วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร
  • บทที่*1*ศึกษาความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเมืองและการปกครอง
  • บทที่*2*พัฒนาการการเมืองการปกครอง
  • บทที่*3*สถาบันทางการเมือง-
  • บทที่*4*กระบวนการทางการเมืองและการปกครอง
  • บทที่*5*การจัดระเบียบการปกครอง
  • บทที่*6*ปัญหาและอุปสรรคทางการเมือง
  • บทที่*7*และแนวคิดพระพุทธศาสนากับการเมืองการปกครอง

รหัส-๔๐๒-๒๐๖-วิชา-การบริหารทรัพยากรมนุษย์
วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร

หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต 
สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ 
หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๗
๔๐๒ ๒๐๖ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources Administration ) ๓ (๐-๙-๐)

        บทที่*1*การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์  

    •  บทที่*2*พัฒนาทรัพยากรมนุษย์
      บทที่*3*การบริหารทรัพยากรมนุษย์เชิงกลยุทธ์    
    • บทที่*4*การบริหารและประเมินผลการปฏิบัติงาน
      บทที่*5*การบริหารสวัสดิการ-และพนักงานสัมพันธ์    
    • บทที่*6*กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารทุนมนุษย์ภาครัฐ
      บทที่*7*การจัดการความขัดแย้ง    
    • บทที่*8*การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์แนวพุทธ 
    •   นิสิตชั้นปีที่ 2/ภาคการศึกษาที่*2*ปีการศึกษา*2568-*    หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต/สาชาวิชาประรัฐศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์
รหัส-๔๐๒-๔๔๙-วิชา *ไทยศึกษา ๓(๓-๐-๖)
วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร
    • รหัสวิชา ๔๐๒-๔๔๙ ไทยศึกษา ๓(๓-๐-๖) 
                                      (Thai Studies) 
                                           
    •  หลักสูตรปรับปรุงใหม่ ๒๕๖๗ 
    • บทที่-1-ศึกษาภาษาไทยผ่านประวัติศาสตร์ไทย
    • บทที่-2-วัฒนธรรมไทยสังคมไทย 
    • บทที่-3-เศรษฐกิจไทยการเมืองไทย
    • บทที่-4-ภูมิปัญญาท้องถิ่นภูมิศาสตร์ไทย
    • บทที่-5-การศึกษาเศรษฐกิจพอเพียง
    • บทที่-6-สิทธิและความเสมอภาควิถีชีวิตสังคมไทย
รหัส-บส-002-วิชา-การปกครองครธสงฆ์
วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร

องค์ความรู้เรื่อง "พัฒนาการของระบบการปกครองคณะสงฆ์ไทย" มุ่งเน้นศึกษาการปรับโครงสร้างการปกครอง อำนาจหน้าที่ และระเบียบปฏิบัติของสงฆ์ที่สอดคล้องกับยุคสมัย โดยบูรณาการหลักธรรมวินัยเข้ากับกฎหมายบ้านเมือง เพื่อการบริหารกิจการคณะสงฆ์อย่างมีประสิทธิภาพ [1, 2, 3]

โครงสร้างองค์ความรู้สามารถจำแนกรายละเอียดออกเป็น 5 มิติหลัก ดังนี้:

1. ขอบข่าย (Scope)

  • พัฒนาการตามยุคสมัย: ศึกษาการปกครองตั้งแต่สมัยพุทธกาล ยุคสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ (โดยเฉพาะยุคปฏิรูประบบการปกครองคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติฉบับต่างๆ)
  • โครงสร้างการปกครอง: การบริหารงานคณะสงฆ์ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค (หน, ภาค, จังหวัด, อำเภอ, ตำบล, และวัด)
  • งานคณะสงฆ์ 6 ด้าน: การปกครอง, การศาสนศึกษา, การศึกษาสงเคราะห์, การเผยแผ่, การสาธารณูปการ และการสาธารณสงเคราะห์ [1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8]

2. วัตถุประสงค์ (Objectives)

  • เพื่อให้เข้าใจความเป็นมาและการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการบริหารคณะสงฆ์ไทย
  • เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง "อาณาจักร" (รัฐ) และ "พุทธจักร" (ศาสนา) ที่ต้องดำเนินควบคู่กันไป
  • เพื่อประเมินความสอดคล้องของกฎหมาย/กฎมหาเถรสมาคมกับการจัดระเบียบปกครองคณะสงฆ์ในสังคมปัจจุบัน [1, 2, 3, 4]

3. ความรู้ (Knowledge)

  • กฎหมายและระเบียบ: เข้าใจบทบัญญัติในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (เช่น พ.ศ. 2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติม) และกฎมหาเถรสมาคม
  • ประวัติศาสตร์: ทราบถึงการเปลี่ยนผ่านรูปแบบการปกครอง เช่น การจัดระบบคณะคามวาสี-อรัญญวาสี, พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 และ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2484
  • บทบาทพระสังฆาธิการ: เข้าใจอำนาจหน้าที่ของเจ้าคณะและเจ้าอาวาสในการปกครองดูแลพระภิกษุสามเณรภายในวัด [1, 2, 3, 4, 5, 6, 7]

4. ทักษะ (Skills)

  • การบริหารจัดการ: ทักษะในการจัดการศาสนสมบัติ และขับเคลื่อนงานคณะสงฆ์ทั้ง 6 ด้าน
  • การปกครองและวินัยธร: ทักษะการระงับอธิกรณ์ การตัดสินคดีความทางสงฆ์ และการบังคับใช้พระธรรมวินัยอย่างยุติธรรม
  • การสื่อสารและประสานงาน: ความสามารถในการสื่อสารกับภาครัฐ ชุมชน และปฏิบัติตามมติของมหาเถรสมาคมได้อย่างแม่นยำ [1, 2, 3, 4, 5]

5. จริยธรรม (Ethics)

  • อปริหานิยธรรม 7: การยึดหลักธรรมเพื่อการบริหาร ปกครอง และประชุมกันโดยไม่เสื่อม
  • สังคหวัตถุ 4: การมีเมตตา สงเคราะห์ และช่วยเหลือทั้งคณะสงฆ์และฆราวาสในชุมชน
  • ความซื่อสัตย์สุจริต: ความโปร่งใสในการดูแลรักษาศาสนสมบัติของวัด การจัดการเงินบริจาค และการใช้อำนาจหน้าที่โดยปราศจากอคติ [1, 2]

6. ลักษณะ (Characteristics / Attributes)

  • มีความเป็นเอกภาพ: โครงสร้างการปกครองที่รวมศูนย์อำนาจไว้ที่มหาเถรสมาคม และมีสมเด็จพระสังฆราชเป็นประมุขสูงสุด
  • มีความสืบเนื่องและปรับตัว: เป็นระบบที่มีการสืบทอดธรรมเนียมปฏิบัติมาจากอดีต แต่สามารถยืดหยุ่นและปรับตัวให้เข้ากับระบอบการปกครองของรัฐได้ (ทั้งสมบูรณาญาสิทธิราชย์และประชาธิปไตย)
  • กระจายอำนาจ: ลักษณะการปกครองแบบแบ่งส่วน ลดหลั่นตามลำดับชั้นอย่างชัดเจนเพื่อให้ดูแลกันได้อย่างทั่วถึง [1, 2, 3, 4]

หากคุณต้องการลงลึกในประเด็นใดเป็นพิเศษ กรุณาแจ้งให้ทราบ:

  • ยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ (เช่น สมัยอยุธยา หรือ รัชกาลที่ 5)
  • งานคณะสงฆ์ 6 ด้าน ด้านใดด้านหนึ่ง
  • กลไกการทำงานของ มหาเถรสมาคม (มส.)

คุณต้องการโฟกัสในหัวข้อใดเพิ่มเติม?

วิชาการบริหารงบประมาณและการคลังสาธารณะ
วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร
  • บทที่*1*ศึกษาความหมาย แนวคิด ทฤษฎี
  • บทที่2*นโยบายเกี่ยวกับงบประมาณและการคลังสาธารณะ
     บทที่*3*บทบาทและอิทธิพลของการเมืองที่มีต่องบประมาณ
     บทที่4*ความหมายของการคลังสาธารณะของประเทศไทย: อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
      บทที่5*บทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสรุปการใช้จ่ายงบประมาณ
    บทที่ 6 นี้การบริหารงบประมาณและการคลังสาธารณะของประเทศไทย
     บทที่*6*เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์งบประมาณ
    บทที่ 6*กระบวนการงบประมาณเทคนิคและวิธีการวิเคราะห์งบประมาณ 
    บทที่*7*โครงสร้างการบริหารงบประมาณและการคลังสาธารณะของประเทศ