Enrolment options

วิชา-ความรู้เบื่องต้นเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง
วิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร
  • บทที่*1*ศึกษาความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเมืองและการปกครอง
  • บทที่*2*พัฒนาการการเมืองการปกครอง
  • บทที่*3*สถาบันทางการเมือง-
  • บทที่*4*กระบวนการทางการเมืองและการปกครอง
  • บทที่*5*การจัดระเบียบการปกครอง
  • บทที่*6*ปัญหาและอุปสรรคทางการเมือง
  • บทที่*7*และแนวคิดพระพุทธศาสนากับการเมืองการปกครอง
  • องค์ความรู้ (KM): ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง (๐๐๐-๑๐๗)

    เป้าหมาย: เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ PLO2: สามารถอธิบายหลักการ แนวคิด และทฤษฎีทางรัฐประศาสนศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง

     

. ความรู้ (Knowledge)

สิ่งที่ผู้เรียนต้อง "รู้" และ "เข้าใจ" อย่างถ่องแท้เพื่อเชื่อมโยงการเมืองสู่การบริหาร

  • แนวคิดเรื่องรัฐและอำนาจอธิปไตย (State & Sovereignty):

    • องค์ประกอบของรัฐ (ดินแดน, ประชากร, รัฐบาล, อำนาจอธิปไตย)

    • ความแตกต่างระหว่าง "รัฐ" (State) กับ "รัฐบาล" (Government) และความสำคัญที่ฝ่ายบริหารต้องรับใช้รัฐไม่ใช่แค่รัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง

  • โครงสร้างและระบบการเมือง (Political Systems):

    • หลักการแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Powers): นิติบัญญัติ, บริหาร, ตุลาการ เพื่อให้เข้าใจที่มาของอำนาจในการบริหารงานภาครัฐ

    • รูปแบบการปกครอง: รัฐสภา (Parliamentary), ประธานาธิบดี (Presidential), และกึ่งประธานาธิบดี (Semi-Presidential)

  • อุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideologies):

    • เสรีนิยม, อนุรักษนิยม, สังคมนิยม ซึ่งเป็นฐานความคิดในการกำหนด "นโยบายสาธารณะ" ที่นักรัฐประศาสนศาสตร์ต้องนำไปปฏิบัติ

      • ความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองและการบริหาร (Politics-Administration Dichotomy):

        • ทฤษฎีของ Woodrow Wilson ที่แยกการเมือง (การกำหนดนโยบาย/เจตจำนง) ออกจากการบริหาร (การนำนโยบายไปปฏิบัติ) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ PLO ข้อนี้

      2. ทักษะ (Skills)

      สิ่งที่ผู้เรียนต้อง "ทำได้" เพื่อแสดงออกถึงความสามารถตาม PLO

      • ทักษะการอธิบายและเชื่อมโยง (Explanation & Linkage):

        • สามารถอธิบายได้ว่าระบอบการเมืองส่งผลต่อรูปแบบการบริหารราชการอย่างไร (เช่น ระบบราชการในระบอบประชาธิปไตย ต่างจากเผด็จการอย่างไร)

      • ทักษะการวิเคราะห์บริบท (Contextual Analysis):

        • วิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบันโดยใช้กรอบทฤษฎีทางรัฐศาสตร์ มาอธิบายปรากฏการณ์ทางรัฐประศาสนศาสตร์ได้

      • ทักษะการคิดเชิงระบบ (System Thinking):

        • มองเห็นภาพรวมว่า "การเมือง" เป็นปัจจัยนำเข้า (Input) และ "การบริหาร" เป็นกระบวนการ (Process) เพื่อให้ได้ผลผลิต (Output) คือบริการสาธารณะ

      • ทักษะการสื่อสาร (Communication):

        • ใช้คำศัพท์ทางวิชาการ (Technical Terms) ทั้งทางรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ

      3. จริยธรรม (Ethics)

      หลักการและคุณค่าที่ต้องยึดถือในใจ

      • ความเป็นกลางทางการเมือง (Political Neutrality):

        • ตระหนักว่าในฐานะนักบริหารหรือข้าราชการ ต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนโดยรวม ไม่เลือกปฏิบัติจากความชอบทางการเมือง

      • หลักธรรมาภิบาล (Good Governance):

        • ยึดถือหลักนิติธรรม (Rule of Law) ความโปร่งใส และการตรวจสอบได้

      • จิตสำนึกสาธารณะ (Public Mind):

        • เข้าใจว่าเป้าหมายสูงสุดของการเมืองและการปกครอง คือประโยชน์สุขของประชาชน (Public Interest)

      • การเคารพในความเห็นต่าง:

        • ยอมรับความหลากหลายทางความคิดตามระบอบประชาธิปไตย

      4. ลักษณะบุคคล (Persona)

      บุคลิกภาพที่พึงประสงค์ของผู้ที่ผ่านการเรียนรู้นี้

      • ผู้ใฝ่รู้และตื่นตัว (Active Citizen):

        • ติดตามข่าวสารบ้านเมืองสม่ำเสมอ ไม่เพิกเฉยต่อความเป็นไปของสังคม

      • นักคิดวิเคราะห์ (Analytical Thinker):

        • มองปัญหาอย่างรอบด้าน ไม่ตัดสินด้วยอารมณ์ แต่วิเคราะห์ด้วยหลักการและทฤษฎี

      • ผู้มีใจเปิดกว้าง (Open-minded):

        • รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และพร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์

      • ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent):

        • มีความกล้าหาญทางจริยธรรมที่จะเสนอแนะแนวทางที่ถูกต้องตามหลักการ

Guests cannot access this course. Please log in.