1.ศึกษาเกี่ยวกับการจัดการศึกษาและส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมของ3.คณะสงฆ์
- 2.แผนกธรรม
- 3.แผนกบาลี
- 4.แผนกสามัญศึกษา
- 5.การจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งคณะสงฆ์ไทย
- 6.บทบาทของพระปริยัตินิเทศ
- 7.และศึกษาเกี่ยวกับการจัดตั้งมูลนิธิหรือกองทุนเพื่อการศึกษา
- 8.ภารกิจในการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมแก่เด็กและเยาวชน
- 9.มุ่งเน้นการศึกษาศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์
- 10.ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด
- 11.โรงเรียนเอกชนการกุศลของวัด ตลอดถึงการมอบทุนวัสดุและอุปกรณ์ทางการศึกษาพระปริยัติธรรม
บท.003-การปกครองท้องที่
1.รูปแบบการจัดการปกครองท้องที่
2.พัฒนาการการปกครองท้องที่
3.อำนาจหน้าที่ของนักปกครองท้องที่
4.พระราชบัญญัติลักษระปกครองท้องที่
5.การแบ่งอำนาจการรักษากฏหมายและความสงบเรียบร้อย
1.ศึกษาจริยธรรมทางการบริหารที่มีมาตรฐานทางการสร้างระบบกำกับ
2.และตรวจสอบซึ่งคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นแก่องค์การองค์การ
3.โดยนำหลักธรรมประกอบดวย หลักอิทธิบาท 4 หลักพละ 5 สาราณียธรรรม
4.หลักธรรมพรหมวิหารและหลักธรรมอืนๆมาใชในการพัฒนาจริยธรรมทางบริหาร
องค์ความรู้ (Knowledge Management)
สาขาวิชา 402-316: พุทธจริยธรรมทางการบริหาร
ผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (Program Learning Outcome - PLO):
PLO3: สามารถวิเคราะห์ และประยุกต์ใช้องค์ความรู้ทางรัฐประศาสนศาสตร์ได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล
บทนำ: พุทธจริยธรรมกับการบริหารรัฐกิจในโลกสมัยใหม่
ในบริบทของการบริหารภาครัฐที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน “จริยธรรม” ถือเป็นหัวใจสำคัญในการกำกับดูแลการใช้อำนาจของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่รัฐให้เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม "พุทธจริยธรรม" ซึ่งเป็นหลักคำสอนในพระพุทธศาสนาที่ว่าด้วยความประพฤติที่ดีงาม ถูกต้อง และเหมาะสม ได้นำเสนอหลักการและแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการภาครัฐได้อย่างลึกซึ้งและยั่งยืน
- บทที่*1*ศึกษาความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเมืองและการปกครอง
- บทที่*2*พัฒนาการการเมืองการปกครอง
- บทที่*3*สถาบันทางการเมือง-
- บทที่*4*กระบวนการทางการเมืองและการปกครอง
- บทที่*5*การจัดระเบียบการปกครอง
- บทที่*6*ปัญหาและอุปสรรคทางการเมือง
- บทที่*7*และแนวคิดพระพุทธศาสนากับการเมืองการปกครอง
-
องค์ความรู้ (KM): ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง (๐๐๐-๑๐๗)
เป้าหมาย: เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ PLO2: สามารถอธิบายหลักการ แนวคิด และทฤษฎีทางรัฐประศาสนศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง
. ความรู้ (Knowledge)
สิ่งที่ผู้เรียนต้อง "รู้" และ "เข้าใจ" อย่างถ่องแท้เพื่อเชื่อมโยงการเมืองสู่การบริหาร
-
แนวคิดเรื่องรัฐและอำนาจอธิปไตย (State & Sovereignty):
-
องค์ประกอบของรัฐ (ดินแดน, ประชากร, รัฐบาล, อำนาจอธิปไตย)
-
ความแตกต่างระหว่าง "รัฐ" (State) กับ "รัฐบาล" (Government) และความสำคัญที่ฝ่ายบริหารต้องรับใช้รัฐไม่ใช่แค่รัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง
-
-
โครงสร้างและระบบการเมือง (Political Systems):
-
หลักการแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Powers): นิติบัญญัติ, บริหาร, ตุลาการ เพื่อให้เข้าใจที่มาของอำนาจในการบริหารงานภาครัฐ
-
รูปแบบการปกครอง: รัฐสภา (Parliamentary), ประธานาธิบดี (Presidential), และกึ่งประธานาธิบดี (Semi-Presidential)
-
-
อุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideologies):
-
เสรีนิยม, อนุรักษนิยม, สังคมนิยม ซึ่งเป็นฐานความคิดในการกำหนด "นโยบายสาธารณะ" ที่นักรัฐประศาสนศาสตร์ต้องนำไปปฏิบัติ
-
-
ความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองและการบริหาร (Politics-Administration Dichotomy):
-
ทฤษฎีของ Woodrow Wilson ที่แยกการเมือง (การกำหนดนโยบาย/เจตจำนง) ออกจากการบริหาร (การนำนโยบายไปปฏิบัติ) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ PLO ข้อนี้
-
2. ทักษะ (Skills)
สิ่งที่ผู้เรียนต้อง "ทำได้" เพื่อแสดงออกถึงความสามารถตาม PLO
-
ทักษะการอธิบายและเชื่อมโยง (Explanation & Linkage):
-
สามารถอธิบายได้ว่าระบอบการเมืองส่งผลต่อรูปแบบการบริหารราชการอย่างไร (เช่น ระบบราชการในระบอบประชาธิปไตย ต่างจากเผด็จการอย่างไร)
-
-
ทักษะการวิเคราะห์บริบท (Contextual Analysis):
-
วิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบันโดยใช้กรอบทฤษฎีทางรัฐศาสตร์ มาอธิบายปรากฏการณ์ทางรัฐประศาสนศาสตร์ได้
-
-
ทักษะการคิดเชิงระบบ (System Thinking):
-
มองเห็นภาพรวมว่า "การเมือง" เป็นปัจจัยนำเข้า (Input) และ "การบริหาร" เป็นกระบวนการ (Process) เพื่อให้ได้ผลผลิต (Output) คือบริการสาธารณะ
-
-
ทักษะการสื่อสาร (Communication):
-
ใช้คำศัพท์ทางวิชาการ (Technical Terms) ทั้งทางรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ
-
3. จริยธรรม (Ethics)
หลักการและคุณค่าที่ต้องยึดถือในใจ
-
ความเป็นกลางทางการเมือง (Political Neutrality):
-
ตระหนักว่าในฐานะนักบริหารหรือข้าราชการ ต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนโดยรวม ไม่เลือกปฏิบัติจากความชอบทางการเมือง
-
-
หลักธรรมาภิบาล (Good Governance):
-
ยึดถือหลักนิติธรรม (Rule of Law) ความโปร่งใส และการตรวจสอบได้
-
-
จิตสำนึกสาธารณะ (Public Mind):
-
เข้าใจว่าเป้าหมายสูงสุดของการเมืองและการปกครอง คือประโยชน์สุขของประชาชน (Public Interest)
-
-
การเคารพในความเห็นต่าง:
-
ยอมรับความหลากหลายทางความคิดตามระบอบประชาธิปไตย
-
4. ลักษณะบุคคล (Persona)
บุคลิกภาพที่พึงประสงค์ของผู้ที่ผ่านการเรียนรู้นี้
-
ผู้ใฝ่รู้และตื่นตัว (Active Citizen):
-
ติดตามข่าวสารบ้านเมืองสม่ำเสมอ ไม่เพิกเฉยต่อความเป็นไปของสังคม
-
-
นักคิดวิเคราะห์ (Analytical Thinker):
-
มองปัญหาอย่างรอบด้าน ไม่ตัดสินด้วยอารมณ์ แต่วิเคราะห์ด้วยหลักการและทฤษฎี
-
-
ผู้มีใจเปิดกว้าง (Open-minded):
-
รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และพร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์
-
-
ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent):
-
มีความกล้าหาญทางจริยธรรมที่จะเสนอแนะแนวทางที่ถูกต้องตามหลักการ
-
-
-
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต
สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์
หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๗
๔๐๒ ๒๐๖ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources Administration ) ๓ (๐-๙-๐)
บทที่*1*การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์
-
- บทที่*2*พัฒนาทรัพยากรมนุษย์
บทที่*3*การบริหารทรัพยากรมนุษย์เชิงกลยุทธ์ - บทที่*4*การบริหารและประเมินผลการปฏิบัติงาน
บทที่*5*การบริหารสวัสดิการ-และพนักงานสัมพันธ์ - บทที่*6*กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารทุนมนุษย์ภาครัฐ
บทที่*7*การจัดการความขัดแย้ง - บทที่*8*การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์แนวพุทธ
- นิสิตชั้นปีที่ 2/ภาคการศึกษาที่*2*ปีการศึกษา*2568-* หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต/สาชาวิชาประรัฐศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์
- บทที่*2*พัฒนาทรัพยากรมนุษย์
-
- รหัสวิชา ๔๐๒-๔๔๙ ไทยศึกษา ๓(๓-๐-๖)
(Thai Studies)
- หลักสูตรปรับปรุงใหม่ ๒๕๖๗
- บทที่-1-ศึกษาภาษาไทยผ่านประวัติศาสตร์ไทย
- บทที่-2-วัฒนธรรมไทยสังคมไทย
- บทที่-3-เศรษฐกิจไทยการเมืองไทย
- บทที่-4-ภูมิปัญญาท้องถิ่นภูมิศาสตร์ไทย
- บทที่-5-การศึกษาเศรษฐกิจพอเพียง
- บทที่-6-สิทธิและความเสมอภาควิถีชีวิตสังคมไทย
- รหัสวิชา ๔๐๒-๔๔๙ ไทยศึกษา ๓(๓-๐-๖)
- หลักสูตรรัฐศษสนศาสตรบัณฑิต/สาชาวิชารัฐศษสนศาสตร์
- รหัสวิชา๔๐๒ ๒๐๖ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources Administration )
- นิสิตชั้นปีที่ 2/ภาคการศึกษาที่*2*ปีการศึกษา*2568-*
- บทที่*1*การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์
- บทที่*2*พัฒนาทรัพยากรมนุษย์
บทที่*3*การบริหารทรัพยากรมนุษย์เชิงกลยุทธ์ - บทที่*4*การบริหารและประเมินผลการปฏิบัติงาน
บทที่*5*การบริหารสวัสดิการ-และพนักงานสัมพันธ์ - บทที่*6*กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารทุนมนุษย์ภาครัฐ
บทที่*7*การจัดการความขัดแย้ง - บทที่*8*การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์แนวพุทธ
- รหัสวิชา ๔๐๒-๒๐๖ การบริหารทรัพยากรมนุษย์
(Human Resource Management) มุ่งเน้นไปที่การผสมผสานระหว่างภาคทฤษฎีและการประยุกต์ใช้จริง ซึ่งสะท้อนถึงผลลัพธ์การเรียนรู้ (Program Learning Outcomes: PLO) ที่สำคัญ 2 ข้อ ดังนี้
PLO ๒: การอธิบายหลักการและทฤษฎี
วิชา ๔๐๒-๒๐๖ เน้นให้ผู้เรียนเข้าใจ หลักการ แนวคิด และทฤษฎี ทางรัฐประศาสนศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์อย่างถูกต้องและแม่นยำ เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการสรรหาและคัดเลือก การพัฒนาบุคลากร การบริหารผลการปฏิบัติงาน ไปจนถึงการบริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นรากฐานสำคัญที่ผู้เรียนต้องทำความเข้าใจก่อนจะนำไปใช้ในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาจริง
PLO ๓: การวิเคราะห์และประยุกต์ใช้
นอกจากการจดจำทฤษฎีแล้ว หัวใจสำคัญของวิชานี้คือการส่งเสริมให้ผู้เรียนมี ทักษะการวิเคราะห์และประยุกต์ใช้ โดยการนำหลักการและทฤษฎีที่ได้เรียนรู้มาใช้ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน
ตัวอย่างเช่น ผู้เรียนอาจต้องวิเคราะห์กรณีศึกษาเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนบุคลากร การบริหารความขัดแย้งในทีม หรือการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากร เพื่อให้สามารถเสนอ
แนวทางการแก้ปัญหาที่สมเหตุสมผลและเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นการบูรณาการองค์ความรู้ทางรัฐประศาสนศาสตร์เข้ากับการปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเรียนวิชา ๔๐๒-๒๐๖ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ จึงไม่ได้สิ้นสุดแค่การสอบวัดความจำ แต่เป็นการฝึกฝนให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ สามารถเชื่อมโยงทฤษฎีเข้ากับสถานการณ์จริง และนำความรู้ไปใช้ในการบริหารจัดการบุคลากรได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ PLO ทั้งสองข้อได้อย่างสมบูรณ์
หากมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายวิชานี้ สามารถสอบถามได้เลยค่ะ
- บทที่*1*ศึกษาความหมาย แนวคิด ทฤษฎี
- บทที่2*นโยบายเกี่ยวกับงบประมาณและการคลังสาธารณะ
บทที่*3*บทบาทและอิทธิพลของการเมืองที่มีต่องบประมาณ
บทที่4*ความหมายของการคลังสาธารณะของประเทศไทย: อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
บทที่5*บทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสรุปการใช้จ่ายงบประมาณ
บทที่ 6 นี้การบริหารงบประมาณและการคลังสาธารณะของประเทศไทย
บทที่*6*เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์งบประมาณ
บทที่ 6*กระบวนการงบประมาณเทคนิคและวิธีการวิเคราะห์งบประมาณ
บทที่*7*โครงสร้างการบริหารงบประมาณและการคลังสาธารณะของประเทศ
1.ศึกษาเทศกาลและที่มาของพิธีกรรมที่สำคัญ
ทางพระพุทธศาสนา
2.ความหมาย คุณค่าของเทศกาล
3.และพิธีกรรมตามภูมิภาคนั้นๆ ให้สามารถปฏิบัติได้ถูกต้อง
4.โดยเน้นให้มีการฝึกปฏิบัติ
วัตถุประสงค์ทั่วไป
1. เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายขององค์การ โครงสร้างการบริหารในองค์การ ประเภทองค์การ คุณลักษณะขององค์การ การจัดโครงสร้างองค์การ
2. เพี่อให้มีความตระหนักถึงความสาคัญขององค์การและการจัดองค์การ
วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม
หลังจากท่านได้ศึกษาเนื้อหาตามบทเรียนอย่างถูกต้องและสมบูรณ์ท่านจะสามารถ
1. อธิบายความหมายขององค์การได้ถูกต้อง
2. อธิบายโครงสร้างการบริหารในองค์การได้ได้ถูกต้อง
3. บอกคุณลักษณะขององค์การได้ถูกต้อง
4. บอกคุณลักษณะองค์การได้ถูกต้อง
5. อธิบายการจัดโครงสร้างองค์การได้ถูกต้อง
สมรรถนะประจาหน่วย
1. แสดงความรู้เกี่ยวกับองค์การ
เนื่องจากคำที่คุณให้มาเป็นภาษาไทยและมีคำที่ดูเหมือนพิมพ์ผิดอยู่บ้าง ผมจึงขออนุมานว่าคุณต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ "องค์การและการจัดองค์การ" โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับ "วัตถุประสงค์และความสัมพันธ์"
วัตถุประสงค์ของการจัดองค์การ (Organization Objectives)
การจัดองค์การมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อทำให้กิจกรรมต่างๆ บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้:
•
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายองค์กร: องค์การถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำภารกิจบางอย่างให้สำเร็จ การจัดองค์การที่ดีจะช่วยกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบและขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน ทำให้ทุกคนในองค์กรทราบว่าต้องทำอะไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน
•
เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ: การจัดองค์การช่วยแบ่งงานและจัดสรรทรัพยากร (เช่น คน เงิน วัสดุ) ให้เหมาะสมกับแต่ละหน้าที่ ทำให้ไม่มีการทำงานซ้ำซ้อนหรือใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง
•
เพื่อสร้างความชัดเจนในบทบาทหน้าที่: การจัดองค์การจะกำหนดสายการบังคับบัญชา (chain of command) และขอบเขตอำนาจหน้าที่ของแต่ละตำแหน่ง ทำให้พนักงานแต่ละคนทราบว่าต้องรายงานใครและใครเป็นผู้รับผิดชอบงานส่วนไหน
•
เพื่อสร้างความร่วมมือและการประสานงาน: โครงสร้างองค์กรที่ดีจะส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างแผนกต่างๆ ทำให้การสื่อสารและการประสานงานเป็นไปอย่างราบรื่น
•
เพื่อส่งเสริมการเติบโตและพัฒนา: การจัดองค์การที่ยืดหยุ่นและปรับตัวได้ง่ายจะช่วยให้องค์กรสามารถขยายตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ และยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรให้มีความก้าวหน้าในสายอาชีพ
ความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุประสงค์และการจัดองค์การ
วัตถุประสงค์และการจัดองค์การมีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นในลักษณะที่แยกจากกันไม่ได้:
•
วัตถุประสงค์เป็นตัวกำหนดการจัดองค์การ: ก่อนที่จะจัดโครงสร้างองค์กรได้ ต้องทราบก่อนว่าวัตถุประสงค์ขององค์กรคืออะไร เพราะการจัดองค์การต้องออกแบบมาเพื่อสนับสนุนและทำให้วัตถุประสงค์นั้นสำเร็จ เช่น หากวัตถุประสงค์คือการสร้างนวัตกรรม องค์กรก็อาจต้องมีโครงสร้างแบบทีมข้ามสายงาน (cross-functional team) เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
•
การจัดองค์การที่ดีช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์: หากการจัดองค์การไม่เหมาะสม เช่น มีขั้นตอนซับซ้อนเกินไปหรือมีสายการบังคับบัญชายาวเกินไป ก็อาจเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรได้
กล่าวคือ วัตถุประสงค์เปรียบเสมือน "จุดหมายปลายทาง" ส่วน การจัดองค์การเปรียบเสมือน "แผนที่และเส้นทาง" ที่จะนำพาองค์กรไปสู่จุดหมายนั้นได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
2. แสดงความรู้เกี่ยวกับการจัดองค์การ